วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2553

เรื่องราวของมิกกี้เมาส์ ....หนูที่ไม่คิดอย่างหนู


เรื่องราว:: มิกกี้เม้าส์..หนูที่ไม่คิดอย่างหนู :: :: ประวัติมิกกี้เมาส์ เรื่องราวของมิคกี้ เม้าส์เริ่มขึ้นในปี 1928 โดย "วอลเตอร์ อีลิส ดิสนีย์" ( วอลล์ ดิสนีย์)ภายหลังจากที่มีการตั้งบริษัท วอลล์ ดิสนีย์ ร่วมกันกับ'รอย' นักผลิตการ์ตูนซึ่งเป็นน้องชายของเขา ครั้งแรกที่พวกเขาสร้างตัวการ์ตูนตัวนี้ขึ้นมานั้น พวกเขาเรียกมันว่า "มอร์ติเมอร์ เมาส์" แต่ในเวลาต่อมาหลังจากที่ภรรยาของเขาแนะนำว่า ควรจะเปลี่ยนชื่อตัวการ์ตูนนี้ใหม่ เขาจึงเปลี่ยนชื่อตัวการ์ตูนเป็น "มิคกี้ เมาส์" (ในอิตาลีจะเรียกว่า "โทโพลิโน่") มิคกี้เป็นหนูซึ่งมีหูกลมใหญ่ สีดำและมีแขนขาที่เล็กมากโดยมิคกี้จะใส่กางเกงขาสั้นสีแดงซึ่งมีกระดุมสีเหลือง 2 เม็ดติดอยู่บนกางเกง รองเท้าและถุงมือก็จะเป็นสีเหลืองด้วย มิคกี้ เมาส์ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกที่โรงภาพยนตร์ในนิวยอร์ค และ การ์ตูนเรื่องนี้มีจุดเด่นที่เพลงประกอบที่ไพเราะ ภาพและฉากสวยงาม หลังจากนั้นดิสนีย์ก็ได้ผลิตการ์ตูนขึ้น อีกเรื่องคือเรื่องลูกหมูสามตัว โดยซิลลี่ ซิมโฟนี่ การ์ตูนเรื่องนี้ได้รับรางวัลออสก้าร์ในปี 1933 ถึง 31 รางวัล มิคกี้ เมาส์เปิดตัวในโลกของการ์ตูนครั้งแรกในปี 1930 เป็นตัวการ์ตูนซึ่งมี บุคลิกที่มีความอดทน อดกลั้น มีความฉลาดหลักแหลม มองโลกในแง่ดี และกล้าหาญ ที่สำคัญมิคกี้มีสัญชาตญาณ พิเศษในเรื่องของการสืบสวนสอบสวน และด้วยบุคลิกที่โดดเด่นในแง่นี้เองทำให้ตัวการ์ตูนตัวนี้ชอบที่จะใช้เหตุผล เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยไม่ต้องใช้กำลังเข้าสู้ เช่นการชนะศัตรูที่มีร่างกายที่แข็งแรงกว่ามิคกี้มาก การผจญภัยของมิคกี้ เมาส์มีมากมายหลายตอน ได้แก่ มิคกี้ เม้าส์กับความลี้ลับของจุดดำ, มิคกี้ เมาส์ ราชาแห่งหนู, มิคกี้ เมาส์นักหนังสือพิมพ์, มิคกี้ เมาส์และความลี้ลับของชายในสายหมอก, มิคกี้ เมาส์กับปีศาจกอริลล่า, มิคกี้ เมาส์ยุคหิน ฯลฯ สำหรับเรื่องการแต่งตัวที่ดูทันสมัยของมิคกี้ เมาส์ในบางครั้งก็จะสวมใส่กางเกงขายาวสีแดง เสื้อถักรัดรูปสีน้ำเงินซึ่งมีแขนเสื้อสั้น ถุงเท้าและถุงมือเป็นสีเหลืองเข้าชุดกัน ในปี 1940 มิคกี้ เมาส์ ได้รับขนานนามจาก นักวิจารณ์ ภาพยนตร์ว่าเป็นการ์ตูนที่ได้รับความชื่นชอบมากที่สุดใน ยุคนั้น เพราะเป็นการ์ตูนที่เต็มไปด้วยจินตนาการ



แปรงสีฟัน

Soladey-J3X แปรงสีฟันที่ไม่ง้อยาสีฟันที่ว่านี้ ได้รับการออกแบบโดย ดร. คุนิโอะ โคมิยาม่า และดร . เจอรี่อุสวัค โดยที่ปลายด้ามของแปรงสีฟันจะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (solar panel) ซึ่งทำหน้าที่ส่งอิเล็กตรอนไปยังส่วนบนสุดของแปรงผ่านสายตัวนำ

       ทั้งนี้เว็บไซต์ physorg ได้อธิบายว่า อิเล็กตรอนจะนทำปฏิกิริยากับกรดที่อยู่ในปาก ทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมี ที่ทำให้ คราบแบคทีเรียบนผิวฟัน (plaque) แตกร่อนออกไป  และฆ่าแบคทีเรียได้

     นักวิจัยได้ทดลองใช้แปรงสีฟันนี้แล้วกับแบคทีเรียตัวร้ายที่เป็นสาเหตุให้เกิด อาการเลือดออกตามไรฟัน (รำมะนาด) ปรากฏว่า แปรงสีฟันพลังงานแสงอาทิตย์สามารถทำลายเซลล์แลคทีเรียได้อย่างราบคาบ


    

วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2553

อุปสรรคของชีวิต

มีเพื่อนส่งข้อความดีๆๆมาให้ พอดี   อ่านแล้วคิดตาม


เมื่อชีวิตเผชิญอุปสรรค


ต้องรู้จักว่านั่นเป็นธรรมดาของชีวิต

อย่าหวั่นไหว เมื่อเจออุปสรรค

เพราะอุปสรรคช่วยสร้างประสิทธิภาพ



ปัจจัยของความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจ

ไม่มีอะไรเกินกว่าอุปสรรค

ผู้ที่ไม่เคยต่อสู้กับอุปสรรค

ไฉนจะรู้จักความสามารถที่แท้จริงของตนได้



ก้อนหินน้อยขวางทางข้ามได้ก็ข้ามไป

ก้อนหินใหญ่ขวางทางเขยื้อนได้เขยื้อนไป

ภูเขาใหญ่ขวางทาง ถ้าต้องไปก็อ้อมไป



ผู้ที่สู้กับอุปสรรคที่ต้องหลีก

และผู้ท้อแท้ต่ออุปสรรคที่ต้องสู้

คือผู้หันหลังให้กับความจริง

และปิดหนทางแห่งความชอบธรรมเสียสิ้น

เรื่องของแม่

อ่านบทความบางตอน    แล้วคิดถึงแม่ขึ้นมา 
มันสะท้อน ถึงตัวเองมา    แล้วบทความนี้ กะได้ถูกนำมาพูดกันในห้อง
เพื่อนคนนึงนำมาพูด ฟังแล้ว คิดตามไป  ซึ้งจริงๆ เป็นบทความที่ดีมาก 



แด่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ชื่อว่าแม่

เมื่อคุณเกิดมาในโลกนี้ แม่อุ้มคุณไว้ในอ้อมอก คุณขอบคุณแม่ด้วยการเปล่งเสียงร้อองไห้
เมื่อคุณอายุ  1  ขวบ   แม่ป้อนข้าวและอาบน้ำให้คุณ คุณขอบคุณแม่ด้วยการร้องไห้งอแง
เมื่อคุณอายุ  2  ขวบ   แม่สอนให้คุณหัดเดิน คุณขอบคุณแม่ด้วยการวิ่งหนีทุกครั้งที่แม่เรียกหา
เมื่อคุณอายุ  3  ขวบ   แม่ทำอาหารทุกอย่างให้คุณด้วยความรัก คุณขอบคุณแม่ด้วยการที่โยนจานลงพื้น
เมื่อคุณอายุ  4  ขวบ   แม่ให้ดินสอสีแก่คุณ คุรขอบคุณแม่ด้วยการระบายสีเลอะเต็มบ้าน
เมื่อคุณอายุ  5  ขวบ   แม่แต่งชุดสวยๆ ให้คุณไปเที่ยว คุณขอบคุณแม่ด้วยการทำชุดเลอะโคลน
เมื่อคุณอายุ  6  ขวบ   แม่ไปส่งคุณที่ รร  คุณขอบคุณแม่ด้วยการร้องไห้ ตะโกนว่า "ไม่ไป  ไม่ไป"
เมือคุณอายุ  7  ขวบ   แม่ซื้อไอศกรีมให้ คุณขอบคุณแม่ด้วยการทำมันหกเลอะเทอะไปทั่ว
เมื่อคุณอายุ  9  ขวบ   แม่สอนให้คุณเล่นเปียโน  คุณขอบคุณแม่ด้วยการ ไม่เคยเล่นมันเลย
เมื่อคุณอายุ 10 ขวบ  แม่พาคุณไปเรียนพิเศษ คุณขอบคุณแม่ด้วยการกระโดดลงจากรถโดยไม่คิดที่จะหันกลับไปมองเลย
เมื่อคุณอายุ 11 ปี       แม่พาคุณกับเพื่อนไปดูหนัง คุณขอบคุณแม่ด้วยการขอที่นั่งคนละแถว กับแม่
เมื่อคุณอายุ 12 ปี       แม่เตือนคุณว่าอย่าดูทีวีให้ตั้งใจอ่านหนังสือ คุณขอบคุณแม่ด้วยการรอให้แม่ไปข้างนอกแล้วดูต่อโดยไม่อ่านหนังสือเลย
เมื่อคุณอายุ 13 ปี      แม่บอกให้คุณตัดผม คุณขอบคุณแม่ด้วยการด่าแม่ว่า "แม่ไม่มีรสนิยม"
เมื่อคุณอายุ 14 ปี      แม่จ่ายเงินซัมเมอร์แคมป์ที่แพงแสนแพง คุณขอบคุณแม่ด้วยการไม่เขียนจดหมายหาแม่ซักฉบับ
เมื่อคุณอายุ 15 ปี      แม่กลับบ้านหลังงานเลิกอยากกอดลูก สักครั้ง คุณขอบคุณแม่ด้วยการขังตัวเองอยู่ในห้องโดนไม่สนใจ
เมื่อคุณอายุ 16 ปี      แม่สอนคุณขับรถ คุณขอบคุณแม่ด้วยการขับรถหนีแม่ไปเที่ยว
เมื่อคุณอายุ 17 ปี      แม่จ่ายค่าเรียนกวดวิชาให้คุณเรียน คุณขอบคุณแม่ด้วยการให้แม่ส่งข้างนอกเพื่อจะไดไม่อายเพื่อน
เมื่อคุณอายุ 18 ปี      แม่ร้องไห้ในวันที่คุณจบชั้นมัธยม คุณขอบคุณแม่ด้วยการฉลองกับเพื่อนตั้งแต่ค่ำยันเช้า
เมื่อคุณอายุ 19 ปี      แม่รอโทรศัพท์สายสำคัญจากคุณ คุณขอบคุณแม่ด้วยการใช้โทรศัพท์ตลอดคืนนั้น
เมื่อคุณอายุ 20  ปี     แม่ถามว่าคุณมีแฟนหรือยัง คุณขอบคุณแม่ด้วยการตอบว่า "แม่อย่ามายุ่งกะหนู"

เป็นส่วนตัว

ชื่อ            :    นางสาว วรรณพร จำเริญ
ชื่อเล่น      :    ฝ้าย
เกิด           :    11 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ศึกษาอยู่   :    คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา  คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
นิสัย          :    ง่ายๆๆ หนุกหนาน

     ช่วงเวลาที่ผ่านมา เราได้ใช้ชีวิตมามากมาย  ผ่านอะไรมามากมาย เจอสิ่งที่ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง  (เรื่องธรรมดา)  เจอเรื่องราวที่แย่ที่สุด  และเรื่องราวที่ดีที่สุด  
     นำสิ่งเลวร้ายนั้น มาปรับใช้กับปัจจุบัน